สถิติการทำลายป่าแอมะซอนไตรมาสแรกสูงเป็นประวัติการณ์

สัดส่วนของป่าแอมะซอน ที่ได้รับผลกระทบจากการทำลายป่าใน 3 เดือนแรกของปี 2565 ถือว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตามที่ระบุในรายงานล่าสุดของ สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (ไอเอ็นพีอี) ของบราซิล

จากรายงานของไอเอ็มพีอี ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า พื้นที่ป่า 941.34 ตร.กม. ถูกแผ้วถางระหว่างเดือน ม.ค. และ มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ นับตั้งแต่เริ่มมีการสังเกตการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อปี 2559 และพื้นที่ซึ่งถูกทำลาย มีขนาดใกล้เคียงกับเมืองดัลลัส ในรัฐเทกซัส ของสหรัฐ

การทำลายป่าฝนขนาดใหญ่ที่สุดของโลกได้เพิ่มขึ้น หลังจาก นายฌาอีร์ โบลโซนารู ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของบราซิล ในปี 2562 และไม่ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากนัก โดยให้เหตุผลว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งที่เรื่องนี้สามารถช่วยลดความยากจนในภูมิภาคแอมะซอนได้

รายงานคณะกรรมการภูมิอากาศของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวเตือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า หน่วยงานรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการมากเพียงพอ ในการแบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของภาวะโลกร้อน แม้ส่วนใหญ่จะมาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่การทำลายป่านับเป็นประมาณ 10% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก ตามที่ระบุในรายงาน

“บราซิลคือตัวอย่างของสิ่งที่กล่าวในรายงานภูมิอากาศของยูเอ็น เกี่ยวกับรัฐบาลที่ไม่กระทำการที่จำเป็น” คริสเตียน แมสเซตติ นักรณรงค์ป่าไม้ในบราซิลเพื่อกลุ่มผู้สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ให้ความเห็น

นักวิทยาศาสตร์บางคนคาดการณ์ว่า การตัดไม้ทำลายป่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในเดือน ต.ค.นี้ โดยเป็นสถานการณ์แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้น ในการเลือกตั้งสามครั้งที่ผ่านมาล่าสุด

เป็นธรรมดาที่การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจะหย่อนยานในช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้ง และบรรดาผู้ลอบตัดไม้อาจเร่งดำเนินการ ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง ตามที่กล่าวไว้โดย คาร์ลอส โซซา จูเนียร์ นักวิจัยที่ อิเมซอน สถาบันวิจัยของบราซิล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เมตา บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ประกาศลบบัญชีเฟซบุ๊ก 14 บัญชี, เพจเฟซบุ๊ก 9 เพจ และบัญชีอินสตาแกรม 39 บัญชี ที่โพสต์ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการทำลายป่า

“เครือข่ายนี้เกิดขึ้นในบราซิล และมีเป้าหมายเป็นผู้ชมในประเทศ” เมตา กล่าวใน “รายงานภัยคุกคามจากศัตรู” ประจำไตรมาสแรก

นอกจากนี้ รายงานของเมตายังระบุเพิ่มเติมว่า พบ “ความเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบราซิล” ในบัญชีอีกด้วย

บัญชีเหล่านั้นมี “พฤติกรรมร่วมกันในการสร้างความเข้าใจผิด” ซึ่งรวมไปถึงการโพสต์เนื้อหาที่โต้แย้งว่าการทำลายป่าไม่เป็นอันตรายไปทั้งหมด และวิพากษ์วิจารณ์ “องค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ด้านสิ่งแวดล้อมถูกกฎหมาย ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการทำลายป่าในลุ่มน้ำแอมะซอน” ตามที่กล่าวในรายงานของเมตา